วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มารู้จักครีเอทีฟคอมมอนส์(CC)

ทุกคนคงจะเคยชินกับการลาก วาง Content(Content ในที่นี้หมายถึง ข่าว, บทความ, Digital Artwork, Digital Photo หรือ สิ่งใดๆก็ตามที่อยู่บนหน้าเว็บ) จากแหล่งที่มาอื่นที่นอกจากเวปของเรา มาแปะไว้บนหน้าเวปของเรา ซึ่งมันก้อไม่ใช้เรื่องแปลกอะไร หรือผิดอะไร แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ทุกครั้งที่เอาcontentมาใส่บนเวปเรา เราไม่ได้ให้เครดิตแก่เจ้าของcontentนั้น และบางครั้งก็ใช้contentนั้นไปแสวงหาผลกำไรในเชิงการค้า โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของcontentนั้น สำหรับ ผู้ที่ต้องการจะเผยแพร่ Content ให้ ทุกคนได้นำไปใช้กันโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆนั้น ขอเพียงแค่บอกว่าตนเองเป็นเจ้าของผลงาน เมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ก็คงจะถูกบั่นทอนกำลังใจไปกับความเห็นแก่ตัวของคนไม่ กี่คนไปไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นการทำลายโอกาสแก่คนใหม่ไฟแรงที่อยากจะพัฒนา Content ใดๆ ให้ทุกคนนำไปใช้กันฟรีๆ แล้วสามารถอวดอ้างได้ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของผลงาน และไม่ต้องมากังวลกับการถูกขโมยผลงาน

เดิมทีมีวิธีการแก้ปัญหาอยู่เพียง2วิธี คือ

1. การจดลิขสิทธิ์(License) คือ การเป็นเจ้าของcontentนั้นแต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาติให้มีการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือจำหน่ายจ่ายแจก โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของ แต่วิธีนี้ทำให้การจะเอาcontentไปใช้ต้องขออนุญาติจากเจ้าของทุกครั้งก่อน ทำให้ไม่สะดวกนั้น

2. ยกให้เป็นสมบัติสาธารณะ(Public Domain) คือ ไม่มีใครเป็นเจ้าของcontentนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่ายจ่ายแจกได้ตามอัธยาศัย แต่วิธีนี้เจ้าของผลไม่มีสิทธิ์อ้างการเป็นเจ้าของได้อีกต่อไป

ดังนั้นจึงมีวิธีที่สามที่ทั้งสามารถรักษาสิทธิ์การเป็นเจ้าของ และ สามารถแจกจ่ายcontentได้สะดวก คือ


ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons: CC) คือองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรจัดตั้งขึ้นขยายขอบข่ายของการใช้สื่อต่างๆ ให้กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดที่สัญญาอนุญาตของสื่อนั้นๆ สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเอื้อให้มีการใช้สื่อทั้งทางภาพ เสียง ข้อมูล โดยการแบ่งแยกสัญญาอนุญาตย่อยออกสำหรับการแจกจ่ายและการใช้ข้อมูล โดยการอ้างอิงถึงเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย ลอว์เรนซ์ เลสสิกซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต(จอย อิโต) นอก จากนี้ องค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ ยังพัฒนาสัญญาอนุญาตอีกสัญญาหนึ่ง ชื่อ Science Commons ถูกเผยแพร่ในปีค.ศ. 2005 เพื่อคุ้มครองการเผยแพร่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนเว็บโดยเฉพาะ



สัญญาอนุญาต

รายละเอียดของแต่ละสัญญาอนุญาตนั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นของสัญญา และประกอบไปด้วยตัวเลือกจากสี่เงื่อนไข

  • แสดงที่มา (Attribution - by) : อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ แจกจ่าย หรือแสดงและนำเสนอชิ้นงานดังกล่าว และสร้างงานดัดแปลงจากชิ้นงานดังกล่าว ได้เฉพาะกรณีที่ผู้นั้นได้แสดงเครดิตของผู้เขียนหรือผู้ให้อนุญาตตามที่ระบุ ไว้
  • ไม่ใช้เพื่อการค้า (Noncommercial - nc) : อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ แจกจ่าย หรือแสดงและนำเสนอชิ้นงานดังกล่าว และสร้างงานดัดแปลงจากชิ้นงานดังกล่าว ได้เฉพาะกรณีที่ไม่นำไปใช้ในทางการค้า
  • ไม่ดัดแปลง (No Derivative Works - nd) : อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ แจกจ่าย หรือแสดงและนำเสนอชิ้นงานดังกล่าวในรูปแบบที่ไม่ถูกดัดแปลงเท่านั้น
  • อนุญาตแบบเดียวกัน (Share Alike - sa) : อนุญาตให้ผู้อื่นแจกจ่ายงานดัดแปลง ได้เฉพาะกรณีที่ชิ้นงานดัดแปลงนั้นเผยแพร่ด้วยสัญญาอนุญาตที่เหมือนกันทุก ประการกับงานต้นฉบับ

เงื่อนไขเหล่านี้สามารถใช้ประกอบได้มากที่สุด 6 แบบ ได้แก่

  • แสดงที่มา (cc-by)
  • แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า (cc-by-nc)
  • แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง (cc-by-nc-nd)
  • แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน (cc-by-nc-sa)
  • แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง (cc-by-nd)
  • แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน (cc-by-sa)

จะเห็นได้ว่า ทุกแบบล้วนมีการแสดงที่มา (by) เสมอ


ผู้อื่นสามารถนำผลงานไปใช้ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากจะนำไปใช้นอกเหนือจากที่กำหนด ก็จำเป็นต้องติดต่อเพื่อขออนุญาตอีกที

Creative Commons ช่วยให้คนได้สร้างcontentบนอินเตอร์เน๊ตได้ง่ายขึ้น และช่วยให้นักสร้างสรรค์กลุ่มนี้ในประเทศไทยขยายตัวขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ข้างล่างนี้เป็นวีดีโออธิบายครีเอทีฟคอมมอนส์ จัดทำโดยรายการแบไต๋ไฮเทคครับ ช่วยอธิบายได้เยอะ


แหล่งที่มา : http://bordeure.info/2009/04/15/สัญญาอนุณาตครีเอทีฟคอมมอน/
http://th.wikipedia.org/wiki/ครีเอทีฟคอมมอนส์
http://th.wikipedia.org/wiki/สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น