เดิมทีมีวิธีการแก้ปัญหาอยู่เพียง2วิธี คือ
1. การจดลิขสิทธิ์(License) คือ การเป็นเจ้าของcontentนั้นแต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาติให้มีการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือจำหน่ายจ่ายแจก โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของ แต่วิธีนี้ทำให้การจะเอาcontentไปใช้ต้องขออนุญาติจากเจ้าของทุกครั้งก่อน ทำให้ไม่สะดวกนั้น
2. ยกให้เป็นสมบัติสาธารณะ(Public Domain) คือ ไม่มีใครเป็นเจ้าของcontentนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่ายจ่ายแจกได้ตามอัธยาศัย แต่วิธีนี้เจ้าของผลไม่มีสิทธิ์อ้างการเป็นเจ้าของได้อีกต่อไป
ดังนั้นจึงมีวิธีที่สามที่ทั้งสามารถรักษาสิทธิ์การเป็นเจ้าของ และ สามารถแจกจ่ายcontentได้สะดวก คือครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons: CC) คือองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรจัดตั้งขึ้นขยายขอบข่ายของการใช้สื่อต่างๆ ให้กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดที่สัญญาอนุญาตของสื่อนั้นๆ สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเอื้อให้มีการใช้สื่อทั้งทางภาพ เสียง ข้อมูล โดยการแบ่งแยกสัญญาอนุญาตย่อยออกสำหรับการแจกจ่ายและการใช้ข้อมูล โดยการอ้างอิงถึงเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย ลอว์เรนซ์ เลสสิกซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต(จอย อิโต) นอก จากนี้ องค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ ยังพัฒนาสัญญาอนุญาตอีกสัญญาหนึ่ง ชื่อ Science Commons ถูกเผยแพร่ในปีค.ศ. 2005 เพื่อคุ้มครองการเผยแพร่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนเว็บโดยเฉพาะ
สัญญาอนุญาต
รายละเอียดของแต่ละสัญญาอนุญาตนั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นของสัญญา และประกอบไปด้วยตัวเลือกจากสี่เงื่อนไข
- แสดงที่มา (Attribution - by) : อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ แจกจ่าย หรือแสดงและนำเสนอชิ้นงานดังกล่าว และสร้างงานดัดแปลงจากชิ้นงานดังกล่าว ได้เฉพาะกรณีที่ผู้นั้นได้แสดงเครดิตของผู้เขียนหรือผู้ให้อนุญาตตามที่ระบุ ไว้
- ไม่ใช้เพื่อการค้า (Noncommercial - nc) : อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ แจกจ่าย หรือแสดงและนำเสนอชิ้นงานดังกล่าว และสร้างงานดัดแปลงจากชิ้นงานดังกล่าว ได้เฉพาะกรณีที่ไม่นำไปใช้ในทางการค้า
- ไม่ดัดแปลง (No Derivative Works - nd) : อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ แจกจ่าย หรือแสดงและนำเสนอชิ้นงานดังกล่าวในรูปแบบที่ไม่ถูกดัดแปลงเท่านั้น
- อนุญาตแบบเดียวกัน (Share Alike - sa) : อนุญาตให้ผู้อื่นแจกจ่ายงานดัดแปลง ได้เฉพาะกรณีที่ชิ้นงานดัดแปลงนั้นเผยแพร่ด้วยสัญญาอนุญาตที่เหมือนกันทุก ประการกับงานต้นฉบับ
เงื่อนไขเหล่านี้สามารถใช้ประกอบได้มากที่สุด 6 แบบ ได้แก่
- แสดงที่มา (cc-by)
- แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า (cc-by-nc)
- แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง (cc-by-nc-nd)
- แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน (cc-by-nc-sa)
- แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง (cc-by-nd)
- แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน (cc-by-sa)
จะเห็นได้ว่า ทุกแบบล้วนมีการแสดงที่มา (by) เสมอ
ผู้อื่นสามารถนำผลงานไปใช้ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากจะนำไปใช้นอกเหนือจากที่กำหนด ก็จำเป็นต้องติดต่อเพื่อขออนุญาตอีกที
Creative Commons ช่วยให้คนได้สร้างcontentบนอินเตอร์เน๊ตได้ง่ายขึ้น และช่วยให้นักสร้างสรรค์กลุ่มนี้ในประเทศไทยขยายตัวขึ้นยิ่งกว่าเดิมข้างล่างนี้เป็นวีดีโออธิบายครีเอทีฟคอมมอนส์ จัดทำโดยรายการแบไต๋ไฮเทคครับ ช่วยอธิบายได้เยอะ
แหล่งที่มา : http://bordeure.info/2009/04/15/สัญญาอนุณาตครีเอทีฟคอมมอน/
http://th.wikipedia.org/wiki/ครีเอทีฟคอมมอนส์
http://th.wikipedia.org/wiki/สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น